การจำแนกชนิดพยาธิตืด diphyllobothriidean อย่างรวดเร็ว

ผศ.ดร. ต้องจิตร ถันชมนาง อ.ดร. สมจินตนา ทั่วทิพย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ ศ.ดร. วันชัย มาลีวงษ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะ ได้พัฒนาวิธีการตรวจพยาธิตืด diphyllobothriidean โดยวิธี pyrosequencing และได้ตีพิมพ์เผยแพร่งานวิจัยในวารสาร Scientific Reports ในปี ค.ศ. 2016 (http://www.nature.com/articles/srep37228)

พยาธิ diphyllobothriidean tapeworms เป็นพยาธิตืดที่พบการติดเชื้อทั้งในคน และสัตว์ คนติดพยาธิโดยการกิน เช่นกินปลาดิบ จำพวกปลาในวงศ์ปลาแซลมอนที่มีระยะติดต่อเข้าไป จากนั้นพยาธิจะเจริญเป็นตัวเต็มวัยในลำไส้ คนที่ติดพยาธิจะมีอาการท้องร่วง ท้องเสียปวดท้อง ไม่สบายท้อง แต่คนส่วนมากจะไม่ค่อยมีอาการ แต่คนที่มีอาการรุนแรงจะทำให้ลำไส้อุดตันได้ พยาธิใน order นี้มีหลาย genus ที่ก่อโรคในคน เช่น Diphyllobothrium, Adenocephalus, Diplogonoporus และ Spirometra ซึ่งรูปร่างลักษณะคล้ายกันทำให้แยกชนิดได้ยาก ดังนั้นในการศึกษาครั้งนี้คณะ ผู้วิจัยจึงพัฒนาวิธี pyrosequencing มาใช้สำหรับตรวจพยาธิ diphyllobothriidean tapeworms 9 ชนิด ได้แก่ Diphyllobothrium dendriticum, D. ditremum, D. latum, D. nihonkaiense, D. stemmacephalum, Diplogonoporus balaenopterae, Adenocephalus pacificus, Spirometra decipiens และ Sparganum proliferum :ซึ่งเทคนิค pyrosequencing เป็นการตรวจลำดับนิวคลีโอไทด์โดยการสังเคราะห์ (sequencing by synthesis) อาศัยการตรวจหา pyrophosphate (PPi) ที่ถูกปลดปล่อยจากการที่นิวคลีโอไทด์ถูกนำไปใช้ในการสร้างดีเอ็นเอสายใหม่ ซึ่งสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมีตำแหน่งจำเพาะที่ลำดับนิวคลีโอไทด์แตกต่างกัน เทคนิคนี้สามารถตรวจหาลำดับนิวคลีโอไทด์ชิ้นขนาดเล็ก แบบประมวลผลในเวลาจริง เหมาะสำหรับการตรวจหาลำดับนิวคลีโอไทด์ที่มีความยาวไม่มากในการวิเคราะห์ความหลากหลายทางพันธุกรรม หรือจำแนกชนิดสิ่งมีชีวิต


ภาพประกอบ พยาธิตัวเต็มวัย Diphyllobothrium nihonkaiense

จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าเทคนิค pyrosequencing สามารถตรวจเชื้อปรสิตได้หลายชนิดในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่มีศักยภาพสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตรวจวินิจฉัยเชื้อปรสิตในห้องปฏิบัติการได้ เป็นวิธีที่มีความไวและความจำเพาะสูง เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการตรวจวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการตรวจโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ หรือการตรวจทางภูมิคุ้มกันวิทยา ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน นอกจากนี้สามารถตรวจได้จำนวนมากในแต่ละครั้งทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับประเทศที่เป็นแหล่งระบาดของโรคเพื่อให้การตรวจวินิจฉัยในการแยกเชื้อปรสิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports

Thanchomnang T, Tantrawatpan C, Intapan PM, Sanpool O, Lulitanond V, Tourtip

S, Yamasaki H, Maleewong W. Rapid identification of nine species of

diphyllobothriidean tapeworms by pyrosequencing. Sci Rep. 2016 Nov 17;6: 37228.

doi: 10.1038/srep37228.